cw.in.th > คลังความรู้ > ทำไม ธุรกิจออนไลน์ “ไปไม่รอด”
13-Jul-2017

ทำไม ธุรกิจออนไลน์ “ไปไม่รอด”

ยุคนี้ธุรกิจออนไลน์ถือได้ว่าเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะปัจจุบันเป็นยุคของดิจิทัล รวมถึงพฤติกรรมการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป หันมาสั่งซื้อสินค้าผ่านทางออนไลน์มากขึ้น ทำให้เจ้าของธุรกิจหลายราย ต่างเริ่มปรับตัวเข้าหาระบบ E-commerce เพื่อเพิ่มช่องทางและโอกาสในการสร้างรายได้ แต่ใช่ว่าทุกคนที่ทำธุรกิจออนไลน์จะประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจออนไลน์ไม่ประสบความสำเร็จ จนอาจต้องปิดกิจการกันเลยทีเดียว ...สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจไปไม่รอดมานำเสนอ เพื่อให้ทราบกันครับ

 

1.มีคู่แข่งมากเกินไป

อย่างที่ทราบกันดีว่าจำนวนร้านค้าออนไลน์ ทุกวันนี้มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งแต่ละร้านค้ามักจะมีความคล้ายคลึงกันของประเภทธุรกิจรวมถึงตัวสินค้าและบริการ หากคุณรู้ตัวว่าธุรกิจของคุณเข้ามาในตลาดช้ากว่าคู่แข่ง ก็ควรที่จะพยายามสร้างจุดขายและจุดเด่นที่แตกต่างออกไปไม่ให้เหมือนกับคู่แข่งรายอื่นๆ

2.เว็บไซต์ไร้ซึ่งประสิทธิภาพ

ต่อให้คุณมีสินค้าหรือบริการขั้นเทพแค่ไหน แต่ถ้าเว็บไซต์กลับขาดความสวยงาม ดูไม่น่าเชื่อถือ รวมถึงโหลดข้อมูลช้า ลูกค้าก็ไม่เข้ามาซื้อสินค้าอย่างแน่นอน ดังนั้นการตกแต่งออกแบบหน้าเว็บไซต์ให้สวยงาม โหลดเร็วและใช้งานง่าย รวมถึงสามารถรองรับการแสดงผลบนสมาร์ทโฟนได้เต็มร้อย ก็จะยิ่งช่วยส่งผลดีต่อธุรกิจของคุณอย่างมากทีเดียว

3.รูปสินค้าไม่มีคุณภาพ

รูปภาพสินค้าบนร้านค้าออนไลน์ ถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดการซื้อเลยก็ว่าได้ จึงเป็นเรื่องที่เจ้าของธุรกิจทุกคนต้องใส่ใจในการถ่ายภาพสินค้า หรือเลือกใช้รูปสินค้าที่มีคุณภาพมีความคมชัด โฟกัสไม่เบลอ และที่สำคัญต้องไม่ก๊อปปี้รูปมาจากอินเตอร์เน็ตหรือคู่แข่ง เพราะอาจทำให้เกิดการฟ้องร้องทางด้านลิขสิทธิ์ขึ้นมาได้

4.ประสบปัญหาการเงิน

ขั้นตอนแรกที่ควรลงมือปฏิบัติก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจคือ การวางแผนการเงินของคุณให้ละเอียดรอบคอบ จากนั้นให้คุณสำรวจงบประมาณที่มีอยู่ ว่ามีความสอดคล้องและเพียงพอต่อการดำเนินธุรกิจหรือไม่ และเริ่มทำบัญชีรายรับรายจ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรายรับผลประกอบการ รายจ่ายค่าสินค้า ค่าอุปกรณ์ ค่าจดโดเมนเว็บไซต์ หรือค่าลงประกาศโฆษณาต่างๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการง่ายต่อการตรวจสอบย้อนหลังหากมีปัญหาการเงิน และเพื่อที่คุณจะได้แบ่งสัดส่วนจำนวนเงินที่จะต้องใช้ กับเงินทุนสำรองออกจากกันในยามฉุกเฉินที่ต้องใช้เงิน

5.ขาด TRAFFIC ที่ดี

หัวใจหลักสำคัญของการนำมาซึ่งผู้เข้าชมและการซื้อขายบนร้านค้าออนไลน์ นั่นก็คือการมี Traffic ที่ดีและมีคุณภาพ ซึ่งในส่วนนี้เองเจ้าของธุรกิจออนไลน์อาจต้องใช้งบลงทุน ด้วยการโฆษณาออนไลน์กับทาง Ad Network ที่มีคุณภาพและเชื่อถือได้ เพื่อให้ร้านค้าของคุณเกิดการเข้าถึงจากกลุ่มเป้าหมาย หรืออีกวิธีหนึ่งที่จะสามารถเรียกลูกค้าให้เข้ามายังเว็บไซต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้จะให้ผลลัพธ์ที่ช้ากว่าการทำโฆษณาคือการมีคอนเทนท์ที่น่าสนใจ ชวนดึงดูด และเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าเข้าที่เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

6.หยุดพัฒนาไปดื้อๆ

ถึงแม้ธุรกิจของคุณจะประสบความสำเร็จ และนำหน้าคู่แข่งไปแล้วในช่วงเวลานี้ แต่หากคุณมัวแต่หลงระเริงกับความสำเร็จในอดีต และหยุดอยู่กับที่ไม่รู้จักพัฒนาธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาเรื่องของสินค้า การให้บริการลูกค้า รวมถึงระบบการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาจจะทำให้คุณตกม้าตายในท้ายที่สุด

7.การสต๊อกสินค้ามีปัญหา

เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการทำความเข้าใจถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายของคุณ รวมทั้งเรื่องของ Demand และ Supply ของตลาด ถ้าไม่อยากให้สินค้าในร้านของคุณขาดหรือเหลือคงค้างในสต๊อกมากหรือน้อยจนเกินไป จนทำให้คุณเสียโอกาสทางการค้าขาย

8. เจ้าของธุรกิจขาดความอดทน

บ่อยครั้งที่ผู้ประกอบการหน้าใหม่มักจะมีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับกำไรและจุดคุ้มทุนที่ต้องได้รับ ตั้งแต่เดือนแรกที่เปิดร้าน ซึ่งในความจริงแล้วโอกาสที่จะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มีเปอร์เซ็นต์อยู่น้อยมาก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัย เช่น ในเรื่องของเวลา หรือสภาพเศรษฐกิจ จึงอยากให้ทุกคนรู้จักอดทนและเฝ้ารอความสำเร็จอย่างค่อยเป็นค่อยไป มากกว่ามุ่งหวังความสำเร็จแบบเพียงชั่วข้ามคืน

เมื่อรู้แบบนี้แล้ว ลองหันมาเช็คธุรกิจของตัวเองดูว่า ยังมีข้อบกพร่องหรือขาดเหลืออะไรอีกบ้าง เพื่อจะได้นำมาแก้ไขปรับปรุงธุรกิจของคุณให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น และได้ไปต่อตามที่คุณวางเป้าหมายไว้


114 View

ดูคลังความรู้ทั้งหมด





กรมพัฒนาธุรกิจการค้า Trustmarkthai  Thailand Web Stat